I am Devil ยัยตัวร้าย มากระบี่หลายครั้งแล้วค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวทะเล
ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ที่ไม่ได้เที่ยวทะเล กระบี่มีดีมากกว่าทะเล
ทริปนี้ I am Devil ยัยตัวร้าย จะชวนเที่ยวรอบเมืองกระบี่ พร้อมชมศิลปะอันงดงาม
เราเดินทางกับสายการบินไทยสมายล์ ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ
เค้าท์เตอร์ E ที่เราจะไปเช็คอินกันค่ะ
งงล่ะสิ ไทยสมายล์มีบินลงกระบี่ด้วยหรอ ตอบเลยค๊า ไม่มีค่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย มีธุระที่ภูเก็ตต่อก็เลยเลือกลงภูเก็ต
แล้วเช่ารถขับไปกระบี่ กันค๊า หายสงสัยแล้วใช่มั้ยเอ๋ย ^_^
ได้อัพเกรดที่นั่งเป็นสมายล์พลัส สิทธิพิเศษที่ได้รับ น้ำหนักโหลดกระเป๋าได้ถึง 30 กิโลกรัม
สามารถใช้บริการ Royal Silk Lounge ได้ด้วยค่ะ
อาหารบางส่วนภายในเลาท์ค่ะ อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ โดยเฉพาะข้าวต้มมัด
ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วค่ะ ที่นั่งสมายล์พลัส เสิร์ฟ welcome drink เป็นน้ำอัญชัน มะนาว
สำหรับที่นั่งสมายล์พลัสจะมีเพียงแค่ 3 แถว คือ แถวที่ 31-33 ค่ะ
พร้อมเสิร์ฟอาหาร เมนูนี้ มีชื่อว่า “ลูกชิ้นกุ้งลูกพรุน”
พร้อมเสิร์ฟด้วยเครื่องเคียง “ยำสาหร่าย ไข่กุ้ง” ขนมหวาน
ส่วนเครื่องดื่มมีทั้ง ชา กาแฟ น้ำส้ม น้ำอัดลม เสิร์ฟตลอดเที่ยวบินค่ะ
ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 20 นาที ก็มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
I am Devil ยัยตัวร้าย มารับรถเช่าของ AVIS เจ้าประจำค๊า
ที่เลือกใช้เพราะมีสาขาเกือบทุกสนามบิน มีรถ และรุ่น ให้เลือกเยอะค่ะ
สามารถจองรถผ่านเว๊บไซต์ AVIS หรือผ่าน Call Center ที่เบอร์โทร 02 251 1131 -2
ทริปนี้ จองรถ Toyata Fortuner 3.0 Auto สำหรับรถยนต์ที่เครื่องยนต์ 2.0 ขึ้นไป
ต้องมีบัตรเครดิตเพื่อกันวงเงินจำนวน 40,000 บาท
ส่วนประกันชั้น 1 ราคา 535 บาท (รวม vat 7%) ต่อวันค่ะ
ก่อนจะเซ็นต์เอกสารรับรถ ตรวจสอบรอยขีดข่วน รอยเฉี่ยวชน ให้เรียบร้อยก่อนนะคะ
และตรวจสอบน้ำมันว่าเต็มถังหรือเปล่า เวลาคืนรถเติมน้ำมันเต็มถังส่งคืนค่ะ
ค่ำคืนนี้ I am Devil ยัยตัวร้าย พักค้างคืนที่ภูเก็ต 1 คืน ในวันรุ่งขึ้นจะเดินทางไปกระบี่ค๊า
ใช้เวลาเดินทางจากอำเภอเมืองภูเก็ต ไปยัง อำเภอเมืองกระบี่ ไม่ไกลเลยค่ะ
ระยะทางเพียง 162 กิโลมเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 31 นาที
ขับตามเส้นทางแผนที่ จาก google map ค่ะ
แผนที่ในตัวเมืองกระบี่
I am Devil ยัยตัวร้าย ได้ มาร์ค จุดสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองกระบี่
อาจไม่ละเอียด และตรงเป๊ะ จากความเป็นจริง นะคะ
I am Devil ยัยตัวร้าย จะพาเที่ยวเมืองกระบี่ ตามเส้นทาง ถนนอุตรกิจ ถนนคงคา ถนนเจ้าฟ้า
จนถึงเส้นทางถนนมหาราช และพาขึ้นไปชมจุดชมวิวบนเขาวัดถ้ำเสือด้วยค่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย ขับรถใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็มาถึงอำเภอเมืองกระบี่
ขอเข้าที่พัก เช็คอิน ที่ มารีไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท ก่อนค่ะ
มารีไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท
ตั้งอยู่ เลขที่ 1 ทุ่งฟ้า อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่
เบอร์โทรติดต่อ 075-20028-35
มารีไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท กระบี่ (Maritime Park & Spa Resort) รีสอร์ท ระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่กลางเมืองกระบี่ ให้บริการห้องพัก และห้องสวีทหรู 221 ห้อง สามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ทะเลสาบที่สวยงาม และสวนเขียวชอุ่ม รีสอร์ท ตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติ และชายหาดริมฝั่งทะเลอันดามัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจชั้นยอดไว้คอยบริการ เช่น ห้องประชุมที่รองรับคนได้ถึง 1,000 คน ภัตตาคารภายในรีสอร์ทนำเสนอวิวของทะเลสาบ และจำหน่ายอาหารทะเลรสเลิศจาก พ่อครัวฝีมือเยี่ยม สวนเขตร้อนกว้าง 25 เอเคอร์เป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำ สปา และสนามปั่นจักรยาน
เก็บกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย ออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายขับตามถนนอุตรกิจ
ร้านโกส้วง จะอยู่เยื้องกับอนุสาวรีย์ปูดำ
จะมีขายก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง
สั่งน้ำกระเจี๊ยบ มาดื่มดับกระหายกันก่อนค่ะ
เส้นเล็กเย็นตาโฟ
บะหมี่แห้งหมูแดง
เกาเหลาต้มเลือดหมู
รสชาดโดยรวมไม่ได้อร่อยมากค่ะ ราคาตกอยู่ที่ชามละ 45 – 50 บาท
I am Devil ยัยตัวร้าย ให้แค่ 2 ดาวค่ะ
เดินข้ามฟากเพื่อจะไปที่อนุสาวรีย์ปูดำ
จังหวัดกระบี่ จะเด่นเรื่องปะติมากรรม บริเวณเส้นทางที่จะไปอนุสาวรีย์ปูดำ
จะมีนกอินทรีย์ทะเล อยู่ทุกเสาไฟเลยค่ะ
สำหรับปีท่องเที่ยว 2558 สโลแกนของจังหวัดกระบี่ คือ
“KRABI THE MUST Once is not enough”
“กระบี ต้องมา ครั้งเดียว ไม่เคยพอ”
อนุสาวรีย์ปูดำ
ตั้งอยู่ถนนอุตรกิจ ริมเขื่อนท่าเรือเขาขนาบน้ำ
ลานปูดำ หรือ อนุสาวรีย์ปูดำ สร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนบริเวณเขาขนาบน้ำหน้าเมืองกระบี่ สร้างประติมากรรมปูดำ 4 ตัว ประกอบไปด้วย ตัวใหญ่ตัวแม่มีกระดองกว้างประมาณ 2 เมตร และตัวเล็กตัวลูกอีก 3 ตัว ทุกตัวชูก้ามใหญ่สวยๆ แต่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม
รูปปั้น นกอินทรีย์
ตั้งอยู่ที่ท่าเรือเขาขนาบน้ำ ใกล้กับอนุสาวรีย์ปูดำ
นกอินทรีย์ทะเลท้องขาว หรือ นกออก เป็นประติมากรรมสร้างขึ้น เพื่อแสดงถึงวิสัยทัศน์ ของความรู้กว้างไกล มีความพอเพียง ไม่รังแกผู้อื่น และรับผิดชอบตัวเอง ดังคำที่ว่า “บินให้สูง มองให้ไกล ไปให้ถึง”
จากลานปูดำ เราเดินมาเรื่อยๆ ค่ะ เอกลักษณ์ของเมืองกระบี่ซึ่งไม่เหมือนใคร
นั่นก็คือ ทางม้าลาย หรือ ทางข้ามถนน เป็นตัวม้าลาย
ทางม้าลาย จะอยู่ตรงธนาคารไทยพาณิชย์
I am Devil ยัยตัวร้าย กล้าพูดเลยค่ะว่า ทางม้าลายมีที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย
ม้าลายมีทั้งหมด 12 ตัว ใครมากระบี่ก็มาลองนับม้าลายว่าครบทั้ง 12 ตัวหรือเปล่านะคะ
ประติมากรรม “ตายแล้วเกิด“
ตั้งอยู่ลานริมแม่น้ำกระบี่ ถัดจากอนุสาวรีย์ปูดำ ประมาณ 500 เมตร
เป็นประติมากรรมไม้เจาะรู 5 ชิ้น สร้างจากไม้มะหาดขนาดใหญ่ สร้างเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2558 โดยนายมูไก ศิลปินชาวญี่ปุ่น เป็นคนตั้งชื่อประติมากรรมนี้ว่า “ตายแล้วเกิดใหม่“
ประติมากรรมนี้ จะเปิดไฟเล่นแสง สี ในยามเย็นค่ะ
ประติมากรรม ปลาเริงร่า
ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับ ประติมากรรม ตายแล้วเกิด
เป็นน้ำพุปลาโลมา เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อน หย่อนใจ ในยามเย็น
เขาขนาบน้ำ
เป็นเขาสองลูกสูงประมาณ 100 เมตร ขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่
สามารถไปเที่ยวชมได้โดยเช่าเรือหางยาวที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที นอกจากนั่งเรือชมเขา และป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์แล้ว ยังสามารถเดินขึ้นไปเที่ยวถ้ำได้ ภายในมีหินงอกหินย้อย และเป็นสถานที่ที่เคยพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากอีกด้วย แต่ปัจจุบันไม่หลงเหลืออยู่แล้ว สันนิษฐานว่าอาจเป็นโครงกระดูกของกลุ่มคนที่อพยพมาตั้งหลักแหล่งแต่ล้มตายลงเนื่องจากเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลัน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมพายเรือแคนู บริเวณนี้เหมาะที่จะพายเรือแคนู เพราะมีธรรมชาติที่เขียวชอุ่มด้วยป่าชายเลน และน้ำนิ่ง
จะไปเขาขนาบน้ำขึ้นเรือได้ที่ ท่าเทียบเรือเจ้าฟ้า ลำละ 400 บาท
เขาขนาบน้ำ ก่อนที่ฝนจะตกลงมาในยามค่ำคืน
ประติมากรรม เรือชีวิต
ตั้งอยู่บริเวณถนนคงคา ใกล้กับท่าเทียบเรือเจ้าฟ้าหน้าเมืองกระบี่
ประติมากรรม เรือชีวิต เป็นประติมากรรมที่ออกแบบโดย อาจารย์เดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปี 2550 เป็นเรือ 3 ลำซ้อนกัน บองเล่าเรื่องราวของเรือ 3 ประเภท ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาวกระบี่ คือ
เรือลำที่ 1 (ลำใหญ่) หมายถึง เรือของพ่อค้าต่างชาติที่เดินทางข้ามมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก บนเส้นทางสายไหม ผ่านเมืองกระบี่ เพื่อเข้ามาค้าขายในยุคอดีตที่ผ่านมา
เรือลำที่ 2 (ลำกลาง) หมายถึง เรือพระที่นั่ง ของรัชกาลที่ 6 (สมัยที่ยังดำรงอิสรียยศเจ้าฟ้า) ที่ทรงเสด็จเทียบท่าที่ท่าเรือเจ้าฟ้าหน้าเมืองกระบี่ เมื่อ พ.ศ. 2452
เรือลำที่ 3 (เรือล่างเล็ก) หมายถึง “เรือหัวโทง” ซึ่งเป็นเรือที่ใช้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เป็นพาหนะขนส่งทางน้ำ ปัจจุบันชาวกระบี่ได้ดัดแปลงติดตั้งเครื่องยนต์ เป็นเรือบริการ รับ – ส่ง นักท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆ กันอย่างแพร่หลาย
ประติมากรรม เรือชีวิต ทอดแสงตะวันยามโพล้เพล้
สวนเจ้าฟ้า
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกระบี่ ติดกับท่าเทียบเรือเจ้าฟ้า
สวนเจ้าฟ้า เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ในช่วงกลางวันจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาขึ้นเรือ จากสวนแห่งนี้สามารถมองเห็นเขาขนาบน้ำ และป่าโกงกางหน้าเมืองกระบี่ ได้อย่างชัดเจน ยามค่ำคืนบริเวณท่าเรือจะกลายเป็นตลาดโต้รุ่งที่มีของกินนานาชนิดให้เลือกชิม
อนุสาวรีย์สินามิ
ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะธารา ใกล้กับท่าเรือมารีนา
สร้างเพื่อไว้อาลัยต่อผู้สูญเสียในเหตุการณ์ในครั้งนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2547
ในบริเวณเดียวกันนั้น ยังได้มี ปะติมากรรมน้ำใจ ตั้งอยู่ด้วย
ประติมากรรม น้ำใจ
ประติกรรม น้ำใจ ออกแบบโดย ศาสตราจารย์กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปี 2540 ประติมากรรม น้ำใจ แสดงความหมายถึง การรวมน้ำใจของผู้ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสพภัย จากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย “สินามิ” ที่จังหวัดกระบี่ เมื่อปี พ.ศ. 2547 และเป็นการไว้อาลัยต่อผู้ที่ได้รับความสูญเสียจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น
ท่าเรือมารีนา
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกระบี่ บริเวณสวนสาธารณะธารา ใกล้กับอนุสาวรีย์สินามิ
ท่าเรือมารีนา เปิดให้บริการเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 สร้างเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเปลี่ยนถ่ายนักท่องเที่ยวภายในกลุ่มจังหวัดสามเหลี่ยมอันดามัน และเพื่อก่อให้เกิดการกระจายรายได้แก่ประชาชนในเขตเมืองเพิ่มขึ้น
สวน ก.ไก่
ตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะธารา
สวน ก.ไก่ บางครอบครัวก็พาบุตรหลาน มาพักผ่อนเดินเล่นในยามเย็น
บางครอบครัวก็มานั่งเล่นพักผ่อน
เหมาะกับพาเด็กๆ มาท่อง ก.ไก่ – ฮ. นกฮูก เลยค่ะ
ยังมีอักษาภาษาอังกฤษ A – Z และตัวเลข 1 – 10 ภายในสวน ก.ไก่ ด้วยค่ะ
ท่าเทียบเรือธารา
ตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะธารา เป็นท่าเรือที่จะข้ามไปยังเกาะกลาง
ค่าบริการเรือข้ามฟาก ท่านละ 10 บาท
ใครที่มีรถจักรยานยนต์ก็สามารถนำข้ามไปได้ด้วย
ค่าบริการคันละ 20 บาท (คนไม่คิดค่าบริการ) เรือ 1 ลำ สามารถบรรทุกได้ 5 คัน ค่ะ
ยามเย็น ตะวันลับขอบฟ้า ณ ท่าเทียบเรือเจ้าฟ้า
ตลาดโต้รุ่งท่าเทียบเรือเจ้าฟ้า
ตั้งอยู่บนถนนคงคา ใกล้กับท่าเทียบเรือเจ้าฟ้าหน้าเมืองกระบี่
ห่างจากประติมากรรม เรือชีวิต เพียง 10 เมตร
แหล่งรวมของกินนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นชาวกระบี่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ
ก็นิยมสรรหาของกินอร่อยๆ ราคาประหยัด ณ ตลาดโต้รุ่ง ทุกค่ำคืน
มีร้านค้าให้เลือกหลายร้าน I am Devil ยัยตัวร้าย เอามาฝากบางร้านค่ะ
ร้านอาหารทะเล และอาหารตามสั่ง
อาหารทะเลสดๆ มีป้ายบอกราคาชัดเจนค่ะ
อาหารทะเลสดๆ แบบนี้ น่าทานมั้ยคะ
เรื่องรสชาดไม่ทราบนะคะ เพราะไม่ได้ทานร้านนี้ค่ะ
ใครอยากทานผัดไท และหอยทอด ก็มีให้เลือกทานด้วยค่ะ
ร้านเจ้าฟ้าโภชนา ขายอาหารตามสั่ง
I am Devil ยัยตัวร้าย เลือกทานร้านนี้ค่ะ
ร้านนี้มีน้ำผลไม้ปั่น ให้เลือกด้วยค่ะ
มาดูเมนูอาหารที่เราสั่งทานกันค่ะ
ผัดแขนงหมูกรอบ ราคา 80 บาท
ต้มยำรวมมิตรทะล ราคา 120 บาท
รสชาดอาหารโดยรวม อร่อยถูกปากเลยค่ะ แต่แอบราคาแพงไปนิดนึง
I am Devil ยัยตัวร้าย ให้ 3 ดาวค่ะ
เราทานของคาวไปแล้ว มาหาของหวานทานกันบ้าง
เค้าว่ากันว่า มาถึงตลาดโต้รุ่ง ถ้าไม่ได้ลองไอศกรีม เจ๊ไหม ดูเนี้ย ถือว่าพลาดอย่างแรง
I am Devil ยัยตัวร้าย ขอลองสักหน่อย เดี่ยวไปคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง
เราสั่งไอศกรีม กะทิ ผสมกับช็อกโกแลต มีท๊อปปิ้งให้เลือกประมาณ 3 – 4 อย่าง
เราเลือกท๊อปปิ้งเป็นข้าวโพด และลูกชิด
รสชาดมัน เข้มข้นรสชาดกะทิ ราคาถ้วยละ 25 – 30 บาท ไม่แพงเลยค่ะ
ก่อนจะกลับที่พัก ขอแวะซื้อโรตี เพิ่มน้ำหนักกันหน่อยค่ะ
ร้านบิ๊ก มาม่า โรตี
I am Devil ยัยตัวร้าย สั่งโรตีธรรมดา ราดนม ใส่น้ำตาล
ยืนรอ ด้วยความหอม อยากทานไวๆ จัง
ได้แล้วค๊า ซื้อกลับไปทานที่โรงแรม
รสชาดกรอบนุ่ม อร่อยดีค่ะ ให้ 4 ดาว
เพิ่มน้ำหนักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ค่ำคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ ค่ะ
อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่ 2 ค่ะ มื้อเช้า
เราจะพาไปทาน โรตี แกงไก่กันค่ะ
วันนี้เรามีพี่สาวสวย ใจดี “พี่น้ำผึ้ง” อาสา พาเรามาทานค่ะ
ร้านบังชัย
ตั้งอยู่หลังโรงแรมเวียงทอง เบอร์โทรติดต่อ 081-4070101
ร้านบังชัย เป็นร้านโรตีที่ดัง และเก่าแก่ที่สุด เดิมทีขายอยู่หน้าถนนคนเดิน เป็นเจ้าที่อร่อยที่สุดในเมืองกระบี่
ไม่ได้ขายเพียงแต่โรตีอย่างเดียว ยังขายอาหารตามสั่ง ข้าวแกง ข้าวหมกไก่ ซุป แกงแพะ
มาถึงร้านแล้ว เราต้องลอง โรตีแกงไก่ เมนูขึ้นชื่อของทางร้านเลยค่ะ
แป้งโรตี ทำมาจากแป้งหมี่ หรือแป้งสาลีที่ผสมแล้ว
I am Devil ยัยตัวร้าย อยากลองทำดูบ้าง แต่กลัวกินกันไม่ได้ อิอิ
โรตี ทำเสร็จเรียบร้อย ทานคู่กับ แกงไก่ พร้อมเสิร์ฟ แล้วค๊า
เราบอกทางร้าน ขอพิเศษแกงไก่ ชามใหญ่ๆ มาทั้งทีต้องลองสักหน่อย
รสชาด ของแป้งโรตี นุ่มกรอบ ส่วนรสชาดของแกงไก่ กลมกล่อม อร่อยดีค่ะ
ร้านนี้ I am Devil ยัยตัวร้าย ให้ 5 ดาวเลยค่ะ
สภากาแฟ ยามเช้า เป็นวิถีชีวิต ของชาวเมืองกระบี่ค่ะ
ทานโรตี ต้องสั่งชาเย็น มาดื่มคู่กันค่ะ แต่ถ้าใครอยากทานเครื่องดื่มอย่างอื่นก็สั่งได้นะคะ
ขอขอบคุณ พี่น้ำผึ้ง พี่สาวแสนสวย ใจดี ที่พาเรามาทาน โรตี แกงไก่ค่ะ
วันนี้ I am Devil ยัยตัวร้าย จะพาไปไหว้พระกันก่อนค่ะ
วัดแก้วโกรวาราม
ตั้งอยู่ถนนอิศรา ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่
วัดแก้วโกรวาราม เป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดประจำจังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองกระบี่ เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนา และศูนย์กลางการศึกษาพระปริบัติธรรมของคณะสงฆ์จังหวัดกระบี่ มาตั้งแต่พุทธศักราช 2455 จนถึงปัจจุบัน
ทางเข้าอีกด้านหนึ่งอยู่ฝั่งถนนมหาราช ใกล้กับ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
ทางขึ้นบันไดพญานาค ทั้ง 2 ด้าน ทอดยาวไปจนถึงด้านบน
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2543 วัดแก้วโกรวารามได้ยกฐานะ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุครบ 6 รอบ ปัจจุบันวัดมีเนื้อที่ประมาณ 202 ไร่ 4 ตารางวา
พระอุโบสถ และศาลาราย
พระอุโบสถ ทางด้านหน้า มีเสมาอยู่บนฐานสีขาว เฉพาะใบเสมาทาด้วยสีทอง จุดเด่นของอุโบสถอยู่ที่เสา เสาทุกต้นของอุโบสถ และเสานาง แนบด้านข้างทั้ง 2 ข้างที่ดูใหญ่กว่าปกติ เมื่อเทียบกับขนาดของอุโบสถจนแปลกตา
ศาลาราย แต่ละหลังสร้างสีขาวทั้งหลังอย่างกลมกลืนกับพระอุโบสถที่อยู่ตรงกลาง
พระอุโบสถ และศารารายทั้งหมดสร้างบนลานทักษินมีบริเวณรอบกว้างขวางไม่มีกำแพงแก้ว ทางเดินขึ้นลงทั้งด้านหน้าและด้านข้างสร้างประตูเปิดปิดได้
พระประธานในอุโบสถ และจิตรกรรมฝาผนัง
ฝาผนังด้านในอุโบสถวัดแก้วโกรวารามมีภาพจิตรกรรมฝาผนังรอบด้าน ประกอบไปด้วยภาพสำคัญๆ ดังนี้ พระแม่ธรณีบีบมวยผม, พระศาสดาประสูติ, พระโพธิสัตว์ประทับเสวยรมย์ อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต ก่อนเสด็จลงมาเป็นพระพุทธเจ้า
บริเวณวัดแก้วโกรวาราม มีบึงน้ำ ด้วยค่ะ แต่ไม่มีบึงบัวเลย แอบเสียดายจัง
ภายในบริเวณวัดโกวราราม มีถ้ำเสืออยู่ด้วยค่ะ
ได้ไหว้พระขอพร เป็นที่เรียบร้อย ได้เวลาเดินทางกันต่อค่ะ
ขับออกมาจากวัดโกรวาราม เลี้ยวขวา ถึงสี่แยกข้าง โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล เลี้ยวซ้าย
ขับไปยังถนนอุตรกิจ ด้านซ้ายมือ จะพบกับ ศาลหลักเมือง จังหวัดกระบี่
ศาลหลักเมือง จังหวัดกระบี่
ตั้งอยู่ถนนวรรณพฤกษ์ ใกล้กับศาลากลาง จังหวัดกระบี่
มาถึงเมืองกระบี่ ต้องมาสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่ศาลหลักเมืองค่ะ
ประติมากรรมช้าง
ตั้งอยู่ใกล้กับศาลหลักเมือง
“กระบี่ต้องมาครั้งเดียวไม่เคยพอ”
ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น I am Devil ยัยตัวร้าย มาเที่ยวกระบี่ 5 ครั้งขึ้นไปแล้วค๊า
กำแพงเมืองประวัติศาสตร์เมืองกระบี่
ตั้งอยู่ถนนเจ้าฟ้า หลังศาลากลางจังหวัดกระบี่
กำแพงประวัติศาสตร์เมืองกระบี่ สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 141 ปีแห่งการจัดตั้งเมืองกระบี่ เพื่อเป็นสื่อเล่าเรื่องถึงความเป็นมาของจังหวัดกระบี่ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ประติมากรรม อยู่บริเวณกำแพงประวัติศาสตร์
นักสำรวจการเดินทาง ตั้งอยู่บริเวณกำแพงประวัติศาสตร์
ตัวกำแพงจะแบ่งออกเป็นช่องๆ ทั้งหมด 28 ช่อง แต่ละช่องจะมีภาพประติมากรรมนูนต่ำ และมีเนื้อหาประกอบภาพบรรยายเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษอยู่ข้างเคียงกัน ความยาวตัวกำแพงรวม ประมาณ 250 เมตร ความสูงประมาณ 2.50 เมตร
เรามาดูภาพประติมากรรมบนกำแพงประวัติศาสตร์กันค่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย เอามาให้ดูบางส่วน
ช่องที่ 1 กระบี่ยุคธรรมกาล เมื่อ 300 – 100 ล้านปี
ช่องที่ 2 กระบี่ เมื่อ 40 – 35 ล้านปี
ช่องที่ 3 กระบี่กับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ เมื่อ 500,000 – 5,000 ปี
ช่องที่ 4 กระบี่กับภาพเขียนสี ศิลปะถ้ำ เมื่อ 5,000 – 3,000 ปี
ช่องที่ 5 กระบี่กับชุมชนโบราณคลองท่อม เมื่อ 3,000 – 2,000 ปี
ช่องที่ 12 กระบี่กับการตั้งเมืองใหม่ที่บ้านหินขวาง เมื่อปี พ.ศ. 2415 – 2443
ช่องที่ 24 กระบี่กับความเชื่อ และศาสนา
ช่องที่ 26 กระบี่กับการสร้างประติมากรรม
ช่องที่ 27 กระบี่กับอนาคต
ช่องที่ 28 กระบี่กับประชาชน
บริเวณกำแพงประวัติศาสตร์ ยังมีถนนวัฒนธรรม ลานเด็กยิ้ม ตลาดนัดชุมชน คนกระบี่
มีทุกวันพฤหัสบดี เวลา 17.00 น. – 21.00 น.
ยังไม่ถึงเวลาเดินถนนวัฒนธรรม I am Devil ยัยตัวร้าย พาไปชมประติมากรรมกันต่อค่ะ
ถนนสายประติมากรรม
กระบี่ เป็นเมืองที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน ผ่านการบอกเล่าจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องการปกครอง การค้าขาย ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของคนกระบี่
ทางเทศบาลเมืองกระบี่ ได้กำหนดให้ “ถนนมหาราช” เป็น “ถนนสายประติมากรรม” เพื่อสื่อถึงประวัติศาสตร์ และเรื่องราวที่สำคัญของจังหวัดกระบี่ ให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบข้อมูลความเป็นมา และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองกระบี่ ในรูปแบบของศิลปะ ประติมากรรม ไว้หลายชิ้นงานด้วยกัน คือ
-
สัญญาณไฟจราจรมนุษย์โบราณ
-
สัญญาณไฟจราจรนกอินทรีย์
-
สัญญาณไฟจราจรช้าง
-
เทวสถานองค์จตุคามรามเทพ
-
ประติมากรรมปูดำ
-
สัญญาณไฟจราจรเสือเขี้ยวดาบ
I am Devil ยัยตัวร้าย จะพามาชมประติมากรรมไฟจารจร เริ่มต้นจาก
สี่แยกมนุษย์โบราณ
ตั้งอยู่บริเวณถนนมหาราช แยกถนนสุคนธ์ และถนนเหมทานนท์
ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับศูนย์การค้าโว้ค
จากการขุดพบซากฟอสซิสกรามบนด้านขวาพร้อมฟัน 5 ซี่ และกรามด้านล่างขวาพร้อมฟัน 2 ซี่ ณ เหมืองถ่านหินลิกไนท์ อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ได้นำมาสู่การบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของจังหวัดกระบี่ว่า เป็นแหล่งกำเนิดของมนุษย์เอเชีย เป็นชิ้นส่วนของมนุษย์โบราณที่มีอายุถึง 35 ล้านปี เป็นการค้นพบครั้งสำคัญของภูมิภาคเอเชีย มีชื่อว่า “สยามโมพิเทคัส อีโอซีนัส” จัดอยู่ในสายพันธุ์ “โฮมินิดส์” หรือ “โฮมินอยด์”
นอกจากนี้ยังขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์ที่เพิงผาหลังโรงเรียนบ้านทับปริก มีอายุ 43,000 ปี และที่ถ้ำหมอเขียว ซึ่งมีอายุ 24,000 ปี เพื่อเป็นการสื่อประชาสัมพันธ์ ในการบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจด้านประวัติศาสตร์ และการจัดระเบียบจราจรในเมืองกระบี่ และส่งเสริมการท่องเที่ยว
สี่แยกเสือเขี้ยวดาบ
ตั้งอยู่ที่ถนนมหาราช ตัดกับถนนหลวงพ่อ ทางเข้าตลาดสดมหาราช
เสือเขี้ยวดาบ เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์เลี้ยวลูกด้วยนม อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย และได้สูญพันธุ์ไปเมื่อ 10,000 ปีก่อน มีขนาด และรูปร่างคล้ายเสือทั่วไป แต่ขาหน้าจะยาวกว่าขาหลัง หางสั้น เขี้ยวข้างบนจะมีลักษณะแบน และโค้ง แบบมีดดาบยาวประมาณ 25 – 30 เซนติเมตร สามารถจู่โจม และฉีกกระชากเหยื่อด้วยเขี้ยวที่แหลมคมได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อปี พ.ศ. 2533 มีการขุดพบซากดึกดำบรรพ์ของ “เสือเขี้ยวดาบ” โดยขุดพบเขี้ยวยาวประมาณ 6 เซนติเมตร และกระดูกชิ้นอื่นๆ ณ เหมืองถ่านหินลิกไนท์ อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่
สี่แยกนกอินทรีย์
ตั้งที่สี่แยกถนนมหาราช แยกถนนรอดบุญ และถนนหุตางกูร
นกอินทรีย์ทะเล หรือ นกออก เป็นนกประจำถิ่นอาศัยอยู่บริเวณยอดเขาขนาบน้ำ พบเห็นได้ง่าย โดยมักจะบินออกจากรัง ร่อนจับปลาในแม่น้ำกระบี่ และบ่อปรับปรุงคุณภาพน้ำของเทศบาล มีลำตัวยาวประมาณ 65 – 70 เซนติเมตร ตอนอายุยังน้อยขนสีน้ำตาล เมื่ออายุได้ 3 ปี จะโตเต็มที่ ขนบริเวณหัว อก ท้อง และปลายหางจะมีสีขาว ด้านบนจะเป็นสีน้ำตามเทา หาง และปีกเป็นสีเทาเข้ม ลักษณะนิสัยชอบทำรังอยู่ตามชายฝั่งทะเล และแม่น้ำใหญ่ๆ รักสงบ อยู่เป็นคู่ๆ มีลักษณะพิเศษ คือ บินสูง มองได้ไกล สามารถจับเหยื่อได้อย่างแม่นยำ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะบินร่อนบริเวณที่อาศัย ส่งเสียงร้องเสียงดังมาก ออกไข่ครั้งละ 2 – 3 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่นานประมาณ 51 วัน อาหารจะเป็นพวกปลา งูทะเล และนกตัวเล็กๆ
สี่แยกช้าง
ตั้งอยู่ที่ถนนมหาราช แยกถนนสุดมงคล และถนนจันทร์กวีกูล
ใกล้สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่
เทศบาลเมืองกระบี่ ได้สร้างประติมากรรม “ช้าง” ขึ้นมา เพื่อจะสื่อความหมายที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ 3 ประการ
-
กระบี่ เคยเป็นจังหวัดที่มีช้างมากที่สุดในประเทศไทย มีการบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่า ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เจ้าพระยานคร (น้อย) สั่งให้พระปลัดเมืองนครศรีธรรมราช มาตั้งเพนียดคล้องช้างที่ บ้านปกาสัย นำไปฝึกเพื่อใช้งาน และส่งขายต่างประเทศ
-
กระบี่ เคยจับช้างเผือก (ช้างสำคัญ) คู่พระบารมีช้างแรกของรัชกาลที่ 9 โดยเมื่อปี พ.ศ. 2497 นายแปลก ฟุ้งเฟื่อง และพวก มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลลำทับ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ (ในอดีต) คล้องช้างได้ 6 เชือก ภายหลังพิสูจน์ได้ว่ามีช้างเผือก อยู่ 1 ช้าง จึงแจ้งให้นายมังกร ณ ถลาง ซึ่งเป็นอำเภอลำทับ แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ทราบแล้วแจ้งให้ พลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2501 ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 เวลา 14.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการสมโภชขึ้นระวางช้างเผือกประจำรัชกาล และพระราชทานามว่า “พระเศวตอุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ทุติยเศวตกรึกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิศุทธวงศ์ สรรพมงคลลักษณคเชนทรชาติ สยามราษฎรสวัสดิประสิทธิ์ รัตนกุญชรนิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรพิตรสารศักดิ์เลิศฟ้า” ปัจจุบันประจำอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
-
ช้างชูกระบี่ เป็นส่วนหนึ่งของตราเทศบาลเมืองกระบี่
จตุคามรามเทพ
ตั้งอยู่ด้านหน้าเทศบาลเมืองกระบี่
“องค์พิจตุราคามรามเทพ” เป็นกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย – ศรีธรรมโศกราช เมื่อประมาณพันกว่าปีมาแล้ว มีพระนามว่า “พระเจ้าจันทรภานุ” เป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 ของราชวงศ์ศรีธรรมโศกราช ปกครองเมืองตามพรลิงค์ หรือเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน มีพระวรกายเป็นสีเข้ม เป็นกษัตริย์นักรบที่เก่งกล้า จนได้สมัญญานามว่า “ราชันดำแห่งทะเลใต้” หรือ “พญาพังพกาฬ” ปกครองหัวเมืองต่างๆ ที่ขึ้นตรงต่อศรีธรรมโศกราช คือ หัวเมืองบริวาร 12 เมือง ตามปีนักษัตร หนึ่งในนั้น คือ “เมืองบันไทยสมอ” มีตราประจำเมือง คือ “ปีวอก” จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบ สันนิษฐานว่า คือ เมืองกระบี่ ในอดีตนั่นเอง
เทศบาลเมืองกระบี่ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นการแสดงถึงความเป็นมาของเมืองกระบี่ ที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ยุคโบราณ และเพื่อสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล
เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเส้นทางถนนประติมากรรม ได้ชมสี่แยกไฟแดง อย่างเพลินตา และได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปด้วย เดี่ยว I am Devil ยัยตัวร้าย พาไปเดินเล่นกันที่ถนนวัฒนธรรม กันค่ะ
ถนนวัฒนธรรม
ตั้งอยู่บนถนนเจ้าฟ้า อยู่บริเวณกำแพงเมืองประวัติศาสตร์ หลังศาลากลางจังหวัด
มีทุกวันพฤหัสบดี เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึง 21.00 น.
แต่เริ่มปิดถนนตั้งแต่ เวลา 15.00 น. เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้า ตั้งร้านกันค่ะ
“ถนนวัฒนธรรม ลานเด็กยิ้ม ตลาดนัดชุมชน คนกระบี่”
สโลแกนของถนนวัฒนธรรมค่ะ
ถนนวัฒนธรรม ก็เหมือนถนนคนเดินนี้ล่ะค่ะ แต่ของที่มาขายในบริเวณนี้ จะเป็นของพื้นบ้าน พื้นเมือง มีลานกิจกรรมให้เด็กๆ ร่วมกิจกรม และการแสดงโชว์ศิปละวัฒนธรรมบนเวที ค่ะ
ยามเย็นยังมีผู้คนมาเดินเล่นยังเบาบาง
มีทั้งชาวจังหวัดกระบี่ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ
ต่างก็มาเดินเล่นสรรหาของทานหลากหลายชนิด แถมราคาย่อมเยาว์ด้วยค่ะ
ลานกิจกรรม เสริมสร้างกิจกรรมภายในครอบครัว
ให้เด็กๆ วาดรูป ระบายสี เติมแต้ม ตามจินตนาการของเด็กๆ ค่ะ
ร้านนี้มีศิลปินมาวาดภาพขาย และยังให้เด็กๆ สามารถวาดรูป ระบายสีได้ด้วยค่ะ
เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว มีความคิดจินตนาการตามวัยของเด็ก
อย่างหนูน้อยคนนี้ วาดภาพครอบครัวของฉัน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ก็มาออกบูธขายเสื้อยืด ราคาตัวละ 300 บาท
เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ณ ประเทศเนปาล
บริเวณฝั่งเดี่ยวกับลานกิจกรรม มีของที่ระลึก ทำด้วยแฮนด์เมรด มาวางจำหน่าย
น้องเจ้าของร้าน Omyim Handmade สามารถเข้าไปดูในแฟนเพจได้ที่
omyim keychain krabi walking street
มาดูสินค้าของน้องเค้ากันบ้างค่ะว่ามีอะไรขายบ้าง
น่ารักมั้ยคะ เหมาะกับซื้อเป็นของฝากมากเลยใช่ไหมเอ๋ย
อีกร้านจะเป็นตุ๊กตาถักไหมพรม
ผลิตภัณฑ์ทำมาจากเสื่อ
มีการสาธิตวิธีสานเสื่อให้ชมด้วยค่ะ กว่าจะได้แต่ละชิ้นใช้เวลานานพอสมควรเลย
ตะกร้าสาน ก็มีการสาธิตการสานตะกร้าให้ชมเช่นกันค่ะ
หิวกันแล้วยังคะ มาดูกันดีกว่าว่าถนนวัฒนธรรมมีอาหารอะไรขายบ้าง
ข้าวต้มมัด ขนมเทียน ขนมกล้วย รู้จักขนมไทยๆ กันบ้างมั้ยเอ๋ย
ขนมจาก ด้านข้างขนมจาก ใครรู้บ้างเรียกขนมอะไรค๊า
ขนมอะรัย นั้นสิ ขนมอะไร สงสัยต้องซื้อมาลองทานดูซะแล้วค๊า
ขนมผูกรัก ผูกรัก กันมั่นคงกันเลยทีเดียว
ไม่ใช่ไก่ย่างนะคะ แต่…เป็นนกกระทาย่าง ค๊า
ไก่ทรงเครื่อง ย่างร้อนๆ
ไข่เค็ม ไข่แดง แดงน่าทานมากเลย
ยกเครื่องตำข้าวมาให้ชมกันเลย สมัยนี้หาดูได้ยากแล้วค่ะ
เริ่มตกค่ำ ผู้คนเริ่มคับคั่ง เรามาดูหน้าตาร้านค้ากันบ้างค่ะ
ร้านนี้ ขายข้าวหมกนกกระทาย่าง และขนมผูกรัก
มีร้านเดียวที่สาธิตการตำข้าวให้ชมค่ะ
ร้านขนมจีนร้านนี้ คนเยอะมากค่ะ I am Devil ยัยตัวร้าย ก็ได้ลองทานอร่อยดีค่ะ
เวลาประมาณ 19.00 น. ณ ลานเวที จะมีการแสดงโชว์ของน้องๆ ค่ะ
การแสดงชุดระบำดอกไม้
การแสดงชุดนี้ ฟังชื่อการแสดงไม่ทันค๊า กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
การแสดงโชว์ รำเซิ้ง
I am Devil ยัยตัวร้าย ชอบการแสดงโชว์ชุดนี้มากเลยค่ะ
ชื่อการแสดง ระบำรองเง็งประยุกต์ โดยคณะ บุหลันอันดา
เล่นเครื่องดนตรี และร้องสด นักแสดงจะเป็นเด็กๆ ค่ะ
ไม่ได้มีแต่เด็กๆ นะคะ ผู้ใหญ่การร่วมการแสดงโชว์ด้วยค่ะ
คณะบุหลันอันดา อยู่อำเภออ่าวลึก จากการได้สอบถามคุณตู่ หัวหน้าผู้ก่อตั้งคณะบุหลันอันดา ในหมู่บ้านจะมีคุณครูสอนรำรองเง็งประยุกต์ ไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ ก็รับสอนหมดค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นคนหมู่บ้านมาเรียนค่ะ
รำรองเง็งประยุกต์ เป็นการแสดงโชว์ที่มีทำนองสนุกสนาน ไม่เพียงแต่จะโชว์การแสดงอย่างเดียวนะคะ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมลุกขึ้น ออกมาร่วมร่ายรำด้วยค่ะ ไม่ว่าจะคนกระบี่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ ก็ร่วมสนุกกันอย่างสนุกสนานเลยค่ะ
ค่ำคืนนี้ อิ่มอร่อย แถมยังได้สนุกสนาน อย่างเต็มที่ คืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีค๊า
อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่สาม เป็นวันที่เราตื่นเช้ามากค่ะ แอบลุ้นว่าฝนจะหยุดกี่โมง
เพราะฝนตกตั้งแต่กลางดึก จนตี 4 ฝนก็ยังไม่ยอมหยุด จนกระทั่ง ตี 4 ครึ่ง
เรารีบเลยค่ะ นัดกับพี่ชายใจดี “พี่เอก” ที่จะพาเราตะลุยพิชิต บันได 1,237 ขั้น
นั่นก็คือ จุดชมวิวบนยอดเขาวัดถ้ำเสือ
อย่า!!! เพิ่งงง อะไร ไหนบอกตื่นตั้งแต่ ตี 4 แล้วทำไม มาถึงวัดถ้ำเสือถึงได้สว่างแล้วล่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย เก็บภาพทางเข้า
และทางขึ้นจุดชมวิวบนเขาถ้ำเสือตอนที่ลงมาจากบนยอดเขาแล้วค่ะ
ร่างกายพร้อมแล้วยังคะ เราจะไปพิชิตยอดเขาวัดถ้ำเสือกันค่ะ
บอกตามตรงเลยค่ะ I am Devil ยัยตัวร้าย มาวัดถ้ำเสือก็หลายครั้งแล้วนะคะ
แต่…ไม่เคยขึ้นบนยอดเขาสักที เหตุผลอะไรนั้นหรอคะ
บันไดตั้ง 1,237 ขั้น ระยะทาง 600 เมตร แถมทางชันด้วย ครั้งนี้ครั้งแรกค่ะ
มาดูกันสิว่า I am Devil ยัยตัวร้าย จะเดินขึ้นไหวหรือไม่
เราเริ่มเดินขึ้นเวลา 06.00 น. พระอาทิตย์เริ่มส่องสว่างแล้ว I am Devil ยัยตัวร้าย เริ่มถอดใจที่บันไดขั้นที่ 521 ขอบอกเหนื่อยมาก ด้วยทางขึ้นเขา บันไดชันพอสมควรเลยล่ะ ร่างกายฟิตมาไม่พอ เริ่มจะแกร่แล้วค๊า เลยขอพักสักครู่ ตะวันเริ่มทอแสง รุ่งอรุณรับวันใหม่ เนื่องจากเมื่อคืนฝนตก ทำให้มีหมอกบ้าง ช่วงที่ไปกลางเดือน พ.ค. ค่ะ นี่ยังไม่ได้ขึ้นไปจุดบนสุดเลยนะคะ ยังสวยงามขนาดนี้ ขึ้นไปจุดชมวิวข้างบนจะสวยขนาดไหน บอกเลยว่าถูกกดดัน พี่ๆ ที่มาด้วย 2 คน เดินนำริ่วใกล้จะถึงกันแล้ว แต่…เรายังถึงแค่ 521 ขั้นเอง ฮึบๆๆ สู้ๆๆ เดินทางกันต่อค่ะ
ในที่สุด I am Devil ยัยตัวร้าย ก็ทำได้ กับพิชิต 1,237 ขั้น ของยอดเขาวัดถ้ำเสือ คนอื่นใช้เวลาเดิน 1 ชั่วโมง แต่… I am Devil ยัยตัวร้าย ใช้เวลา?? ติ๊ก…ต๊อก ใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง 30 นาที ฮ่าๆๆๆๆ ดีนะที่ขึ้นมาหมอกยังไม่จางหายหมดไป คุ้มค่ากับที่ฮึดสู้เดินต่อจนมาถึงจุดชมวิวจนได้ ลมพัดเย็นสบายมากเลยค่ะ แถมได้ชมเมืองกระบี่แบบ 360 สวยงามมาก มีหมอกกระจายฟุ้งทั่วเลย
เส้นถนนทางมายังวัดถ้าเสือ
มุมนี้ สามารถมองเห็นเขาขนาบแบบใกล้มากเลยค่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย ภาวนา เพี้ยง!!! ขอให้ฝนตก! แหะๆๆๆ อย่าเพิ่งแอบด่ากันนะคะ
ก็ถ้าฝนไม่ตก เราก็อดเจอหมอกสิคะ ไม่คุ้มค่ากับการเดินขึ้นมาสิ
ไม่จำเป็นต้องมาเที่ยวหน้าหนาวอย่างเดียวค่ะ หน้าไหนก็เที่ยวได้ จะได้บรรยากาศคนละแบบ
บนยอดเขาวัดถ้ำเสือ มีพระประทานองค์ใหญ่ ประดิษฐาน ณ บนยอดเขาค่ะ
ไม่เพียงมีแต่พระประธาน ยังมีองค์เจดีย์ ประดิษฐานอยู่ด้วยค่ะ
ดู๊…ดู สภาพ I am Devil ยัยตัวร้ายสิคะ ไม่จืดเลยทีเดียว ต้องดมพิมเสนน้ำตลอดทาง
ดื่มด่ำกับบรรยากาศบนจุดชมวิวบนยอดเขานานพอสมควร ได้เวลาเดินลงกันแล้วค๊า
ตลอดการเดินขึ้นบันได จะมีบอกระยะขั้นบันได ว่าเราเดินได้กี่ขั้นแล้ว
ตอนเดินขึ้นมาปลอบใจตัวเอง อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว สู้ๆ นะ ฮ่าๆๆ
ขาลงทำไมมันเดินสบายกว่าเนี้ย ตอนเดินลงสวนทางกับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายท่านเลยค่ะ ลืมบอกค่ะ วัดถ้าเสือขึ้นชื่อว่าลิงเยอะ และดุ ซึ่งทางเดินขึ้นเขามีป้ายบอกว่า เขตอภัยทาน ตอน I am Devil ยัยตัวร้าย เดินขึ้นมา ฝูงลิง ย้ำ!!! นะคะ ฝูงลิง ก็เดินขึ้นเขามาเช่นกัน ในใจก็แอบกลัวถ้าเจ้าพวกลิงลุมทำร้ายจะทำยังไง ตอนเราหยุด ลิงก็หยุด พอเราเดิน เจ้าลิงก็เดิน แต่บุญยังมีค่ะ เจ้าพวกลิงไม่ได้ทำร้ายเลยค่ะ
ขาเดินลงเดินสบาย ชิวๆ มากเลย ไม่เหนื่อยเหมือนขาขึ้นเลยค๊า
งานนี้ I am Devil ยัยตัวร้าย สู้ตายค๊า
พระอุโบสถหลังใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ
ขอขอบคุณพี่เอก ที่มารับเราที่โรงแรม เพื่อมาพิชิตยอดเขาวัดถ้าเสือ
และพี่เอก ที่กดดันให้ขึ้นไปจนถึงจุดชมวิวจนได้
ขอขอบคุณทั้ง 2 เอกค๊า มิฉะนั้น อดได้มาชมความงามบนยอดเขาวัดถ้าเสือเลย
เรามาทานอาหารเช้าที่ ร้านโกส้วงตลาดเก่า
ร้านโกส้วงสาขานี้ กับสาขาบริเวณอนุสาวรีย์ปูดำ เป็นญาติกันค่ะ
มีขายอาหารเหมือนกัน คือ ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ข้าวขาหมู บะหมี่
บะหมี่ ต้มยำเย็นตาโฟ
เกี๊ยวน้ำ
รสชาดน้ำซุปของสาขาตลาดเก่าอร่อยกว่า แถมได้เยอะกว่าด้วย อีกสาขาเราต้องสั่งมาเบิ้ล สาขานี้ไม่ต้องสั่งเบิ้ลเลยค๊า I am Devil ยัยตัวร้าย ให้ 4 ดาวค่ะ ส่วนเรื่องราคาชามละ 40 – 50 บาทค่ะ
วันนี้ I am Devil ยัยตัวร้าย จะพามาที่ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน
ตั้งอยู่บนถนนมหาราช ติดกับสถานีพัฒนาคุณภาพน้ำของเทศบาลเมืองกระบี่
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 17.00 น.
ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน สร้างขึ้นมาแทนหอศิลป์ร่วมสมัย ซึ่งภายในประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ลูกปัดอันดามัน และหอศิลป์อันดามัน ได้เปิดให้บริการเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557
การสร้างอาคารหอศิลป์อันดามัน จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่สาคัญ ซึ่งทำหน้าที่ในการรวบรวม เผยแพร่ ผลงานทางศิลปะแขนงต่างๆ ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะผลงานทางศิลปะของศิลปินแห่งชาติ ศิลปินในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และศิลปินรุ่นเยาว์ ที่ถ่ายทอดมาจากภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น
I am Devil ยัยตัวร้ายจะพาชม พิพิธภัณฑ์ลูกปัด กันก่อนค่ะ
พิพิธภัณฑ์ลูกปัด มีอยู่ที่อำเภอคลองท่อม ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในจังหวัดกระบี่ค่ะ บริเวณที่ค้นพบลูกปัด มีลักษณะเนินดินริมคลอง และบริเวณสองฝั่งคลองวัดคลองท่อม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าควนลูกปัด มีการค้นพบลูกปัดหลายชนิดทั้งลูกปัดแก้วอินโดแปซิฟิก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ลูกปัดกลม ลูกปัดแก้วสีเดียว ลูกปัดทรงทุ่น ลูกปัดมงคลตราประทับ และหัวแหวน ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้แก่ ลูกปัดสุริยเทพ และลูกปัดนกแสงตะวัน รวมถึงบริเวณตลาดเก่าถนนละงู เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ก็มีหลักฐานปรากฏว่ามีการขุดพบลูกปัด และวัตถุโบราณอื่นๆ อีกหลายชนิดจำนวนมาก จึงทำให้เป็นข้อสันนิษฐานว่า ทั้งสองบริเวณนี้อาจเคยเป็นแหล่งผลิตลูกปัด และวัตถุโบราณขนาดใหญ่ เมื่อในอดีต
ภายในพิพิธภัณฑ์ลูกปัดอันดามันจะแบ่งเป็นโซนทั้ง 7 โซน ดังนี้
โซน 1 ห้องประวัติความเป็นมาของลูกปัด
โซน 2 ห้องประวัติลูกปัดในประเทศไทย
โซน 3 ห้องแฟชั่นลูกปัด
โซน 4 ลูกปัดล้ำค่า
โซน 5 ห้องลูกปัด และความเชื่อลูกปัด
โซน 6 ห้องลูกปัดในอนาคต
โซน 7 ห้อง THANK YOU ZONE
I am Devil ยัยตัวร้าย จะพาชมบางโซน ถ้าใครอยากชมทุกโซนต้องมาเที่ยวชมเองค่ะ ^___^
โซน 1 ห้องประวัติความเป็นมาของลูกปัด
ปริศนาลูกปัดอายธรรมแห่งกาลเวลา
คำถามหนึ่งที่ว่า มนุษย์ในสมัยโบราณ นิยมในคุณค่าของลูกปัดเพื่อสิ่งใด หลายคำกล่าวเป็นสิ่งบ่งชี้สถานภาพทางสังคม สัญลักษณ์การเชื่อความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชนเผ่า เพื่อคุ้มครอง ปกป้องตามความเชื่อ หรือใช้ในการแลกเปลี่ยนแทนเงินตรา
หากจะกล่าวให้แน่ชัด ลูกปัดอยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน เรียกว่าตั้งแต่ 45,000 ปีมาแล้วจากทุกภูมิภาคทั่วโลก และเชื่อกันว่าลูกปัดสมัยแรกๆ เกิดขึ้นที่แอฟริกา และอียิปต์ จากวัสดุท้องถิ่นตามธรรมชาติ เปลือกหอย กระดูกสัตว์ ดินปั้น และเมล็ดพืช
ลูกปัด ถือเป็นโบราณวัตถุ ที่พบเห็นในทุกแห่งอารยธรรม และยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า ที่ใดเป็นแหล่งกำเนิดคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรก ทั้งลูกปัดหิน และลูกปัดแก้ว สำหรับลูกปัดแก้วนั้น พบอยู่ทั่วทั้งในยุโรป แถบเยอรมัน อิตาลี บริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในเปอร์เซีย อียิปต์ เมโสโปเตเมีย อินเดีย ลาว เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จีน และญี่ปุ่น
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด จินตนาการ ที่สั่งสมผ่านกาลเวลาของมนุษย์ ลูกปัดถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกอารยธรรมในอดีตสู่ปัจจุบัน โดยไม่เพียงแค่บอกเล่าเรื่องราว แต่ยังเป็นต้นทุนการเรียนรู้โบราณวัตถุที่ควรศึกษา เป็นอย่างยิ่ง
โซน 2 ห้องประวัติลูกปัดในประเทศไทย
ลูกปัดที่ค้นพบในประเทศไทยบริเวณภาคต่างๆ มีการสันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และมีหลักฐานการเชื่อมโยงของศิลปวัฒนธรรม สมัยทราวดี อาทิ ประติมากรรม พระพุทธรูป เครื่องปั้นดินเผา ลูกปัดคาร์เนเลียน อเกต ทองคำ และลูกปัดแก้ว หาใช่ว่ามีแต่เพียงลูกปัดที่ผลิตขึ้นเองเท่านั้น แต่ยังมีการค้นพบลูกปัดแบบอื่นๆ ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนไกลด้วย
โดยเฉพาะร่องรอยหลักฐาน ในดินแดนภาคใต้ตอนบน สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ เมื่อต้นพุทธศตวรรษ หรือประมาณกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ในฐานะเมืองท่า และตลาดส่งผ่านสินค้าของภูมิภาค บนเส้นทางสายไหมทางทะเล ซึ่งคาบเกี่ยว ตั้งแต่ดินแดนสุวรรณภูมิ ทวารวดี และศรีวิชัย
เช่นเดียวกับบริเวณภาคกลาง ที่ในอดีตกาลเคยเป็นเมืองท่าสุวรรณภูมิที่สำคัญ อาทิ บ้านดอนตาเพชร จังหวัดกาญจนบุรี, เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี, เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองลพบุรี ซึ่งสันนิษฐานว่า เคยเป็นเมืองใกล้ชายฝั่งทะเล มีการแลกเปลี่ยนสินค้า กับอินเดียตั้งแต่แรกเริ่มประวัติศาสตร์มาแล้ว
ลูกปัดที่ค้นพบในภาคใต้
สารคดีความเชื่อเกี่ยวกับลูกปัดตา
ลูกปัดประเภทต่างๆ
สร้อยคอลูกปัด
ลูกปัดอารยธรรม
โซน 3 ห้องแฟชั่นลูกปัด
โซน 4 ลูกปัดล้ำค่า
โซน 6 ห้องลูกปัดในอนาคต
เป็นยังงัยบ้างคะ ความรู้เกี่ยวกับลูกปัด เที่ยวด้วย ได้ความรู้ด้วย ครบครันเลยค่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย จะพาไปชมหอศิลป์อันดามัน ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใน
ทางเดินไปยังหอศิลป์อันดามัน จะมีลูกปัดเรียงรายตลอดทางเดินค่ะ
หอศิลป์อันดามัน
หอศิลป์อันดามัน สร้างขึ้นมาแทนหอศิลป์ร่วมสมัย ที่ตั้งอยู่บริเวณวัดแก้วโกวราราม หอศิลป์อันดามัน เป็นการรวบรวม และแสดงผลงานอันทรงคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดกระบี่ ผลงานในหอศิลป์อันดันมัน ไม่เพียงแต่ศิลปินในภูมิภาคใต้เท่านั้น ยังมีผลงานศิลปินในประเทศอาเซียน เอเชีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป
บริเวณชั้น 1 เป็นการโชว์แสดงผลงานการประกวดภาพวาด จะเปลี่ยนงานแสดงผลงานโชว์ ตามช่วงเวลานั้นๆ
ตัวอย่างผลงานที่ได้รับรางวัลค่ะ
หอศิลป์อันดามัน เป็นการร่วมกันระหว่างจังหวัดฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ประกอบไปด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และระนอง มีทั้งหมด 3 ชั้น จะแบ่งเป็น 5 ห้อง แต่ละห้องจะมีผลงานของศิลปินแสดงโชว์
โซนนี้อยู่บริเวณชั้น 3 ผลงานจะถูกแสดงโชว์ตามทางเดินห้องโถง
หนึ่งในภาพวาดของศิลปินที่แสดงโชว์ ณ หอศิลป์อันดามัน
ทั้ง 5 ห้อง จะตั้งชื่อตามจังหวัดฝั่งอันดามันค่ะ
อย่างห้องนี้ “ห้องระนอง“
ภายในบริเวณห้องระนอง แสดงโชว์ภาพวาดของศิลปินค่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย นำภาพบางส่วนของแต่ละห้องมาให้ชมค่ะ
ใครที่ชื่นชอบภาพวาด คงเต็มอิ่มกับผลงานศิลปินหลายๆ ท่าน ที่แสดงโชว์ ณ หอศิลป์อันดามัน
ทางพิพิธภัณฑ์ลูกปัด มีร้านจำหน่ายของที่ระลึกด้วยค่ะ
ยามเย็น มีเด็กๆ มาปั่นจักรยานเล่นด้วยค่ะ
ได้เวลาต้องเดินทางต่อไปยังถนนคนเดินแล้วค่ะ
ถนนคนเดิน
ตั้งอยู่ถนนมหาราช ซอย 8 (ศรีสวัสดิ์) มีทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ค่ะ
เด็กๆ แสดงโชว์ รำมโนราห์
มีลานให้เด็กๆ ละบาสีบนผ้าบาติก
เด็กๆ หัดวาดภาพ ระบายสี
สร้อยข้อมือ แฮนด์เมด
ใครอยากระบายสีการ์ตูนปูนปั้น ก็มีให้เลือกค่ะ
อยากได้รองเท้าไม่ซ้ำใคร ต้องมาร้านนี้เลยค่ะ ลวดลายไม่เหมือนใครแน่ๆ
การแสดงโชว์เล่นดนตรีไทยของนักเรียนค่ะ
วันที่ I am Devil ยัยตัวร้าย ไปตรงกับช่วง “งานหมู่บ้านหัตถกรรมแดนใต้”
จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2558 ค่ะ
แต่ละที่จะมาออกบูธเพื่อโชว์ของดี ของหมู่บ้านตัวเองค่ะ
บูธนี้ สาธิตการทำลูกปัด จากพิพิธภัณฑ์ลูกปัดอันดามัน
สาธิตการตัดลูกปัด เพื่อมาเจียระไน
เครื่องเจียระไนลูกปัด
ลูกปัด ที่ถูกเจียระไน เสร็จแล้วค่ะ
สร้อยคอ ทำมาจากลูกปัดค่ะ
สาธิตงานเครื่องปั้น
ผลิตภัณฑ์จากการสาธิตงานเครื่องปั้น
ผลิตภัณฑ์จากเครื่องปั้น เป็นชุดชงชาค่ะ
เครื่องปั้น แจกันขนาดจิ๋ว
กลุ่มแกะหนังตะลุง
รู้จักมั้ยคะว่านี่คือตัวอะไร
นี่คือหนังตะลุง มีชื่อว่า “ไอเท้ง” เดี่ยวนี้หาพบยากแล้วค่ะ
ศิลปะบนเมล็ดข้าวสาร
นำเมล็ดข้าวสารไปย้อมสี เพื่อให้เกิดสีสันสวยงาม
สร้อยคอ พร้อมจี้ มีข้าวสารอยู่ภายใน
กลุ่มโหนดทิ้งสงขลา
กลุ่มผ้าบาติก
ผลิตภัณฑ์จักรสาน จากเสื่อ
หิวกันแล้วหรือยังคะ I am Devil ยัยตัวร้าย รู้นะคะว่าเริ่มหิวกันแล้ว
เดี่ยวจะพาไปดูว่าถนนคนเดินมีขายอาหารประเภทไหนบ้างค่ะ
อาหารทะเล ปูม้านึ่ง พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด ราคา 180 บาท ได้ปูม้า 2 ตัว
ร้านนี้ขายอาหารทะเลสดๆ ค่ะ ไม่ต้องกลัวเรื่องราคา
เพราะทางร้านได้ติดป้ายราคาชัดเจน อยู่ที่เราเลือกซื้อค่ะ
กุ้งอบวุ้นเส้น
มีข้าวให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ อาทิ สลัดผัก ข้าวหมกไก่ ข้าวมันไก่
และมีอีกหลายอย่างให้เลือกทานค่ะ
ข้าวคลุกกะปิ
ร้านโกเล้ง คนต่อคิวเยอะเลยค่ะ
ขายอาหารทะเล ที่เด็ดคือ หอยเชลล์
ร้านนี้ก็ขายอาหารทะเล เช่นเดียวกันค่ะ
ใครอยากทานอาหารทะเลสดๆ ก็สามารถหาทานได้ที่ถนนคนเดิน ราคาไม่แพงด้วยค่ะ
อาหารธรรมดาก็มีนะคะ ข้าวไข่เจียว แต่ร้านนี้มีให้เลือกหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็น ไข่เจียวปูอัด ไข่เจียวแฮม เป็นต้นค่ะ
ฟรุ๊ตสลัด มีให้เลือกทานหลายอย่างเลยค่ะ
ขนมพื้นบ้าน ขนมตาล ทานคู่กับมะพร้าว อร่อยเลยค่ะ
เครื่องดื่ม มีให้เลือกหลายร้านเลยค่ะ
ร้านนี้ น้ำส้มปั่น
ร้าน BAMBOO ขายเครื่องดื่ม มีน้ำผลไม้ปั่น ชา กาแฟ
ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างเหล้าปั่น และคอกเทล
นี่เลยค๊า ดีไซน์เก๋ไก๋ สำหรับร้าน BAMBOO ใช้ไม้ไผ่แทนแก้วค่ะ
ของฝากแฮนด์เมด ก็มีให้เลือกซื้อเป็นที่ระลึก
ใกล้กับถนนคนเดิน ตรงสี่แยกไฟแดง ห้างโว้ค เค้าว่ากันว่าต้องมากินโรตีเจ้านี้ค่ะ
เครื่องดื่ม สามารถสั่งได้ ตามใจชอบเลยค๊า
มาดูการทำโรตีกันบ้างค่ะ
อยากทานแบบนี้ ต้องสั่งโรตีกรอบ เลยค่ะ
โรตีกรอบ ราดนมข้น ใส่น้ำตาล
I am Devil ยัยตัวร้าย สั่ง โรตี ใส่ไข่ ส่วนเครื่องดื่มสั่งนมสดเย็น (นมตราหมี) และโอวัลตินเย็น
ราคาโรตี ไม่ว่าจะสั่ง โรตีธรรมดา โรตีกรอบ โรตีใส่ไข่ ราคาเดียวแผ่นละ 30 บาท
เครื่องดื่มไม่ว่าจะสั่งอะไรก็ราคา ร้อน 15 บาท เย็น 20 บาท และน้ำปั่น 25 บาท
รสชาดโรตี นุ่มกรอบ แป้งอร่อย เครื่องดื่มก็ไม่หวานมาก I am Devil ยัยตัวร้าย ให้ 4 ดาวค่ะ
I am Devil ยัยตัวร้าย ได้ทำคลิปวิดีโอมาฝากกันค่ะ
สถานที่ถ่ายทำศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน และถนนวัฒนธรรม
เที่ยวในตัวเมืองกระบี่ กับ I am Devil ยัยตัวร้าย เต็มอิ่มกันหรือเปล่าคะ มาเที่ยวทั้งทีได้ความรู้ ทราบถึงประวัติประติมากรรม เพลินเพลินกับศิลปะ เรียนรู้วิถีชีวิต ของชาวกระบี่
กระบี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลอย่างเดียว ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งให้เราได้ท่องเที่ยว กระบี่เที่ยวได้ทุกช่วงฤดู ขนาด I am Devil ยัยตัวร้าย มากระบี่หลายครั้งแรก ยังเที่ยวไม่หมดเลยค่ะ แน่นอนค่ะ กระบี่เที่ยวครั้งเดียวไม่เคยพอ สงสัยพักผ่อนคราวหน้า ต้องมาเยือนกระบี่อีกครั้ง
ขอขอบคุณ จังหวัดกระบี่ สำหรับข้อมูลต่างๆ
ขอขอบคุณ สายการบินไทยสมายล์ที่สนับสนุนตั๋วเครื่องบินในการเดินทาง
ขอขอบคุณ รถเช่า AVIS Thailand สนับสนุนรถตลอดการเดินทาว
ขอขอบคุณ มารีไทม์ ปาร์ค แอนด์ สปา รีสอร์ท ที่สนับสนุนที่พักตลอดระยะเวลาเยือนกระบี่
ขอขอบคุณทุกท่านที่ไม่ได้เอ่ยชื่อมา ณ ที่นี้ สำหรับข้อมูลต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ ค่ะ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกภาพ และบันทึกวิดีโอ
Nikon D7100, D750
เลนส์ AF-S 14-24 mm f/2.8, AF-S 24-70 mm f/2.8, AF-S 70-200 mm f/2.8, 10.5 mm f/2.8
ไมค์ Me-1 Microphone

































































































































































































































































Leave a Reply